คลังเก็บป้ายกำกับ: การกลับมา

การกลับมาที่ไม่คาดฝัน

     ไม่ว่าจะด้วยอารมณ์ตื่นเต้นหรือสะเพร่าแต่สิ่งที่โฆษกสนามแอนฟิลด์ประกาศหลังจบเกมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็เป็นความผิดพลาดที่เข้าใจได้

การกลับมาที่ไม่คาดฝัน

     “ลิเวอร์พูล ขึ้นไปนำจ่าฝูง” หลังการเฉือนชนะ เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-1

     ข้อเท็จจริงแล้วลิเวอร์พูล ไม่ได้กลับขึ้นไปนำจ่าฝูงครับเพราะผลต่างประตูได้เสียเป็นรองอาร์เซนอล ซึ่งน่าเสียดายหากไม่เสียประตูให้ แกเร็ธ แม็คเอาลีย์ พวกเขาจะกลับเป็นจ่าฝูงครั้งแรกนับตั้งแต่ พ.ค. 2014

     แต่การกลับไปยืนอันดับ 2 ของตารางในเวลานี้ ก็นับว่าเป็นผลงานที่ถือว่าน่าประทับใจแล้ว

     โดยเฉพาะเมื่อมองย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีก่อน ลิเวอร์พูล วันนี้แทบทำให้ทุกคนลืมภาพของทีมที่ล่มสลายลงได้อย่างสนิทตาและสนิทใจ

     จากผลงานที่เกิดขึ้นทำให้สื่อมวลชนพยายามโหมและประโคมข่าวจากประเด็นคำพูดของ เยอร์เก้น คล็อปป์ หลังจบเกมว่า ลิเวอร์พูลอยู่ในเส้นทางของการลุ้นแชมป์แล้ว

     อ่านแค่หัวข่าวแล้วหลายคนอาจจะเกิดความคิดแตกต่างหลากหลาย เห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง

      อย่างไรก็ดี ที่มาที่ไปของเรื่องมาจากการสัมภาษณ์หลังเกมที่ Mixed zone ซึ่งสิ่งที่ คล็อปป์ พูดมีเพียงคำว่า “in the race” คำเดียวเท่านั้นครับ

ลิเวอร์พูล ขึ้นไปนำจ่าฝูง
     นอกเหนือจากนั้นไม่ได้มีอะไรที่แสดงให้เห็นถึงความย่ามใจต่อผลงานของทีมในช่วงต้นฤดูกาล ซึ่งคล็อปป์ มองว่าเวลานี้มันยังแค่ช่วงต้นฤดูกาล เร็วเกินกว่าจะตัดสินอะไรได้ และลิเวอร์พูล เองก็มีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก

     เพียงแต่เวลานี้ทุกอย่างมันออกมา “ดี” ก็เท่านั้น

     รู้เช่นนี้แล้วเหล่าค็อปชนก็อาจจะสบายใจขึ้น เพราะนายใหญ่ที่พวกเขา “เชื่อ” ก็ยังเป็นผู้จัดการทีมที่เข้าใจโลก คล็อปป์ ไม่ใช่คนเพ้อฝัน แต่ไม่ใช่คนที่ไม่ฝัน

     จาก 90 นาทีในแอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล แสดงให้เห็นถึงการเล่นที่ยอดเยี่ยมเหมือนเคยครับ โดยเฉพาะจุดเด่นในเรื่องของเกมรุกที่กลับมาลื่นไหลอีกครั้งเมื่อขยับเอา โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่ ยืนในบทศูนย์หน้าอิสระ (ที่เอาเข้าจริงก็ไม่เชิง False nine)

     เฟียร์มิโน่ ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่เป็น ซาดิโอ มาเน่ ที่เกมนี้กลับมามีส่วนกับประตูอีกครั้ง โดยนอกจากจะทำเอง 1 ประตูที่เฉียบขาดแล้ว ก็มีส่วนในการผ่านบอลให้ คูตินโญ่ ยิงได้อีกหนึ่งประตู

     การที่สามประสาน CMF (หรือจะ FMC, MFC, MCF ก็แล้วแต่นะครับ ฮ่าๆ) ผลัดกันสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้โดยไม่ได้เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากครับ โดยยังมี อดัม ลัลลานา, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ในฤดูกาลนี้กลับมาฟอร์มเข้าฝัก ขณะที่ในลูกตั้งเตะ เดยัน ลอฟเรน เป็นอีกอาวุธหนักที่พอจะหวังได้

การที่สามประสาน CMF
      จุดบอดเรื่องเกมรับ โดยเฉพาะลูกเซ็ตเพลย์และฟอร์มของ ลอริส คาริอุส อาจเป็นเรื่องที่น่ากังวล แต่อย่างน้อยที่สุดในเกมนี้เป็นอีกครั้งที่ ลิเวอร์พูล เปิดก๊อกสองใส่ เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ทันทีที่โดนประตูตีไข่แตก ทำให้ “แบ็กกี้ส์” เองก็ต้องระแวงและไม่สามารถขึงเกมใส่อย่างที่คิดได้

     ตรงนี้เป็นเรื่องดี และเป็นสิ่งที่ลูกทีมของ คล็อปป์ จะได้เรียนรู้ไปเรื่อยๆในแต่ละเกม

     อย่างไรก็ดีเมื่อ คล็อปป์ ทำทีมมาถึงจุดนี้ที่พบ 11 คนแรกที่ดีที่สุด ซึ่งชัดเจนว่าดีอยู่ในระดับที่เทียบเท่าคู่แข่งระดับท็อปทีมอื่นๆ ผมคิดว่าตัวเขาเองน่าจะเริ่มมองไปยังโจทย์ข้อต่อไปกับการที่จะทำให้ “ขุมกำลัง” ในทีมที่มีอยู่สามารถเล่นทดแทนได้อย่างใกล้เคียงที่สุด

      โดยเฉพาะในแนวรุกที่หากกรณีที่ มาเน่ (ซึ่งจะต้องรับใช้ทีมชาติเซเนกัล ในแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์ ในช่วงต้นปีหน้าอย่างแน่นอน) หรือ เฟียร์มิโน่ หรือคูตินโญ่ ไม่สามารถลงสนามได้ใครจะแทน?

     คล็อปป์ จะเรียกความมั่นใจให้แก่ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ และดิวอค โอริกิ อย่างไร รวมถึง แดนนี่ อิงส์ ที่เล่นได้ร้อนแรงในทีมชุดเล็ก – เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งครับ

     และหากจะมองข้ามช็อตไปอีก ผมเองก็อยากเห็นหน้าตา “แพลน บี” ของลิเวอร์พูล ว่าจะมีหรือไม่? เพราะแม้จะค่อนข้างเชื่อว่าด้วยระบบการเล่นของลิเวอร์พูล เวลานี้ดีพอสำหรับการเก็บชัยชนะในเกมพรีเมียร์ลีกเรื่อยๆ แต่ถ้าเกิดกรณีจำเป็น คล็อปป์ จะมีแผนสำรองหรือไม่

     แต่คำถามพวกนี้เป็นเรื่องของอนาคตครับ ลิเวอร์พูล ยังมีเวลาพอที่จะใช้จ่ายวันเวลาอย่างมีความสุข

คำถาม
     สถานการณ์ตอนนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่คาดฝันครับ มันเป็น “กำไรหัวใจ” ล้วนๆ

     เช่นกันกับเรื่องของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับข่าวการเตรียมกลับมาแอนฟิลด์อีกครั้ง หลังส่งสัญญาณอำลา แอลเอ แกแล็กซี่ (ซึ่งเป็นเรื่องที่วางแผนเอาไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว) ถึงจะชวนให้คิดว่าถ้ากลับมา จะกลับมาในบทไหน อย่างไร

     จะกลับมาเป็นแค่สตาฟฟ์โค้ช หรือจะกลับมาในฐานะผู้เล่นกึ่งโค้ช หรือจะกลับมาในฐานะผู้เล่นอาวุโส ที่สามารถอดทนรอคอยการลงสนามได้เหมือน เธียร์รี่ อองรี ในการกลับมาอาร์เซนอล ครั้งสุดท้าย

     บ้างคิดไกลถึงว่า ถ้าเกิดลิเวอร์พูล ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกขึ้นมา เจอร์ราร์ด จะได้รับเหรียญหรือไม่?

     บางคนก็อาจคิดว่า เดี๋ยวเจอร์ราร์ด กลับมาแล้วจะทำให้ทีมหมดลุ้นเหมือนที่ผ่านมาหรือเปล่า? ถ้าถามผม มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดอะไรให้มากมายนักครับ กับคนบางคน เราไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามหรือกฏเกณฑ์อะไรให้มากมาย