คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวกีฬา

ปีชงของ อาซาร์.. ขนาด โคโล่ ตูเร่ ยังยิงมากกว่าแล้วนะเออ

     ฤดูกาล 2015-16 ถือว่าเป็นปีชงอย่างแท้จริงของ เอแด็ง อาซาร์ ปีกทีมชาติเบลเยียม ประจำทีม เชลซี ที่มาถึงเวลานี้ยังไม่สามารถยิงประตูแรกใน พรีเมียร์ลีก ได้แม้แต่ลูกเดียว ปล่อยให้นักเตะที่ไม่ค่อยทำประตูได้อย่าง โคโล่ ตูเร่ ยิงมากกว่าไปแล้ว

ปีชงของ อาซาร์.. ขนาด โคโล่ ตูเร่ ยังยิงมากกว่าแล้วนะเออ

     โดยฤดูกาล 2014-15 เอแด็ง อาซาร์ ถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ “สิงห์บูลส์” คว้าแชมป์ลีก และทำผลงาน 23 ประตูจากทุกรายการ โดยเป็นการยิงในลีกไปทั้งหมด 14 ประตู

     แต่ทว่าฤดูกาลนี้ อาซาร์ ยังหาฟอร์มเก่งไม่เจอ โดยเขาเพิ่งทำไปได้เพียงประตูเดียวจากลูกจุดโทษในเกม เอฟเอ คัพ ที่ เชลซี บุกไปถล่ม มิลตัน คีนส์ ดอนส์ 5-1 เมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา

     มีเพื่อนร่วมทีมของ อาซาร์ ถึง 15 คนที่ยิงประตูแซงหน้าเขาไปแล้วในฤดูกาลนี้ ไม่เว้นแม้แต่ผู้เล่นในแนวรับอย่าง เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, แกรี่ เคฮิล, เนมานย่า มาติช, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, จอห์น เทอร์รี่ และเคิร์ท ซูม่า ต่างก็ทำไปอย่างน้อยคนละ 1 ประตูแล้วทั้งสิ้น

     ส่วนผู้เล่นของทีมคู่แข่งใน พรีเมียร์ลีก ที่เหลือที่ปลดล็อกประตูแรกของตัวเองได้ไม่มีใครที่น่าแปลกใจไปกว่า โคโล ตูเร่ กองหลังวัย 34 ปี โขกประตูปิดกล่องช่วยให้ ลิเวอร์พูล บุกไปถล่ม แอสตัน วิลล่า 6-0 ซึ่งเป็นเป็นประตูแรกของเจ้าตัวในสีเสื้อ “หงส์แดง” อีกด้วย

     แค่นั้นยังไม่พอ แดนนี่ เวลเบ็ค ที่ห่างหายจากการลงสนามมาเกือบหนึ่งปีจากอาการบาดเจ็บที่เข่าก็ลงมาเป็นตัวสำรองโขกประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บช่วยให้ อาร์เซน่อล เปิดบ้านพลิกกลับมาแซงชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1

     โดยเกมนี้ “มหาเทพเวลบิอุส” มีเวลาไม่ถึง 20 นาที แต่ก็สามารถทำได้หนึ่งประตู แต่หากย้อนกลับไปที่ อาซาร์ ? เขามีโอกาสถึง 1,544 นาที แต่กลับยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว และในความเป็นจริงมีผู้เล่นทำประตูในฤดูกาลนี้ไปแล้ว 219 คน แต่ อาซาร์ ไม่ได้เป็นหนึ่งในนั้น

     เป็นที่น่าสงสัยว่าทำไมฟอร์มที่เคยร้อนแรงของ เอแด็ง อาซาร์ นั้นได้หดหายไปอย่างน่าเหลือเชื่อ ? มันเป็นเพราะเขาอาจจะเลยจุดสูงสุดของตัวเองมาแล้ว หรือเป็นเพราะเขาหมดใจในการเล่นให้กับ เชลซี ไปแล้วกันแน่ ?

โจเซฟ สคูลลิ่ง ถ่ายคู่ไอดอลนักว่ายน้ำในดวงใจ 8 ปีผ่านไปหวนเจอในโอลิมปิก 2016

     เผยรูปคู่เจ้าหนู โจเซฟ สคูลลิ่ง ถ่ายคู่ ไมเคิล เฟลป์ส ไอดอลนักว่ายน้ำในดวงใจ จน 8 ปีผ่านไป หวนพบกันใหม่ในโอลิมปิก 2016 หนุ่มน้อยในวันนั้นเบียดแซงฉลามรุ่นพี่ คว้าเหรียญทองมาครอง สร้างปรากฏการณ์รูปคู่ใบใหม่ที่สุดอัศจรรย์น่าประทับใจ

Singapore's Joseph Schooling smiles next to USA's Michael Phelps (L) after the Men's 100m Butterfly Final during the swimming event at the Rio 2016 Olympic Games at the Olympic Aquatics Stadium in Rio de Janeiro on August 12, 2016.  / AFP PHOTO / CHRISTOPHE SIMON

     เพิ่งแข่งขันจบกันไปหมาด ๆ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 สิงหาคม 2559 กับการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำท่าผีเสื้อ 100 เมตร และมันกลายเป็นแมตช์ประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ เมื่อฉลามหนุ่มรุ่นใหม่ “โจเซฟ สคูลลิ่ง” วัย 21 ปี คว้าเหรียญทองมาครอง ซึ่งไม่เพียงเป็นเหรียญทองแรกในริโอ เกมส์ เท่านั้น แต่ยังเป็นเหรียญทองแรกของสิงคโปร์นับตั้งแต่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกมาเลยทีเดียว

     แต่ความว้าวของเกมไม่ได้อยู่ที่เป็นการเปิดซิงเหรียญทองแรกให้กับสิงคโปร์เท่านั้น ความสุดยอดของเกมนี้ยังอยู่ที่มันเป็นการโคจรมาพบกันอีกครั้ง ของพ่อหนุ่มโจเซฟ กับ ไมเคิล เฟลป์ส เจ้าพ่อฉลามรุ่นใหญ่วัย 31 ปี จากสหรัฐอเมริกา ที่ทำคะแนนเวลาเบียดไล่ตามมาแตะขอบฝั่งเป็นอันดับที่ 2 ด้วยเวลา 51.41 และ 51.60 วินาทีตามลำดับ ภาพคู่ร่วมเฟรมที่ โจเซฟ ยิ้มปลื้มรับการเข้าไปแสดงความยินดีจาก เฟลป์ส เป็นอะไรที่ยิ่งดูก็ยิ่งทึ่ง เมื่อมีการเผยภาพคู่ครั้งแรกของทั้งสองจากเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เด็กชายโจเซฟยืมยิ้มประหม่าอยู่ข้าง ๆ ไอดอลนักว่ายน้ำของเขา กลับมาวันนี้ เขาได้มีภาพคู่อีกครั้ง ในสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป และมันก็ช่างเจ๋งสุดยอดอย่างคาดคิดไม่ถึงเลยทีเดียว

     ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ The Post Game เมื่อตอนนั้นคุณพ่อของโจเซฟยังเข้าไปปรึกษากับเฟลป์สอยู่เลยว่า จะส่งลูกชายไปเรียนที่ไหนดี เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการว่ายน้ำของลูกให้ถึงที่สุด

     และในตอนนี้ ความมุ่งมั่นพยายามของโจเซฟก็สัมฤทธิผล ไม่เพียงเป็นตัวแทนลงแข่งขันคว้าเหรียญทองแรกของประเทศมาได้ แต่ยังทำเวลาได้ดียิ่งกว่าไอดอลเจ้าสระรุ่นพี่เสียด้วย นายเจ๋งจริง ๆ เลย 

ตามไปดู ฟู่ หยวนฮุย นักว่ายน้ำสาวจีนสุดฮา ตัวจริงน่ารักขนาดนี้เลย

     ฟู่ หยวนฮุย นักว่ายน้ำสาวจีนสุดฮา ตัวจริงน่ารักอย่างแรง ทั้งเก่ง แถมฮาและคิวท์ขนาดนี้ ไม่แปลกใจทำไมกลายเป็นขวัญใจใครหลายคน

ตามไปดู ฟู่ หยวนฮุย นักว่ายน้ำสาวจีนสุดฮา ตัวจริงน่ารักขนาดนี้เลย

     กลายมาเป็นนักกีฬาคนดังที่ได้รับความรักจากชาวเน็ตทั่วโลกในชั่วข้ามคืน สำหรับ ฟู่ หยวนฮุย นักว่ายน้ำสาวตัวแทนประเทศจีน หลังปรากฏคลิปสุดฮาขณะเจ้าตัวแสดงปฏิกิริยาสุดตะลึงจนเก็บอาการไม่อยู่ เมื่อรู้ว่าตัวเองทำเวลาได้เยี่ยมสุด ๆ จนคว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันว่ายน้ำกรรเชียง 100 เมตร ในกีฬาโอลิมปิก 2016

     อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชาวเน็ตได้เห็นอากัปกิริยาสุดฮาจากสาวคนนี้ เมื่อพบว่าเธอมักจะแสดงอาการดีใจลั้ลลาจนเรียกความเอ็นดูจากผู้ที่ได้เห็นอยู่เสมอ แต่ถึงแม้ว่าจะมีโมเมนต์ฮา ๆ จนดังไปทั่วโลก แต่สาวคนนี้ก็มีมุมที่น่ารักนอกสระเหมือนกันนะ ดังที่ในวันนี้ (13 สิงหาคม 2559) เราได้หยิบภาพน่ารัก ๆ ของ ฟู่ หยวนฮุย ในโมเมนต์อื่น ๆ นอกสระว่ายน้ำมาฝากกัน มาตามไปดูกันเลย

ส่องกันซะอาเธอร์ นอรี่ นักยิมฯซุปตาร์ ริโอ 2016

ส่องกันซะอาเธอร์ นอรี่ นักยิมฯซุปตาร์ ริโอ 2016

      กลายเป็นกระแสขึ้นมาทันที! เมื่อมีภาพนักกีฬาหนุ่มหน้าตาดีรายหนึ่ง ถูกแชร์ว่อนในโลกโซเชี่ยล ใช่แล้วครับเรากำลังพูดถึง พ่อหนุ่มนักยิมนาสติก ดีกรีทีมชาติบราซิล ที่กำลังทำการแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก เกมส์ 2016 อยู่ในขณะนี้

     “อาเธอร์ นอรี่” ไม่ได้โด่งดังเฉพาะในโลกโซเชี่ยลเท่านั้น แต่เรียกได้ว่านี่คือ “ซุปตาร์ตัวพ่อ” ในมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติในครั้งนี้ ด้วยความที่เจ้าตัวเป็นคนหน้าตาดี แถมมีอัธยาศัยดีมากๆ ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นนักกีฬาที่โดนขอถ่ายรูปมากที่สุด เรียกได้ว่าเดินไปไหนมีแต่คนขอเซลฟี่ด้วยทั้งนั้น

     นักกีฬาหนุ่มวัย 22 ปี เกิดที่เซา เปาโล มีชื่อเต็มว่า อาเธอร์ นอรี่ โอยากาว่า มาเรียโน่ (Arthur Nory Oyakawa Mariano) เจ้าตัวมีเชื้อสายญี่ปุ่น ดังจะเห็นได้จาก โอยากาว่า ซึ่งก็คือนามสกุลของแม่นั่นเอง ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเลือกที่จะเล่นกีฬายูโด เพราะมีพ่อเป็นนักยูโด

     ก่อนที่อายุได้ 10 ขวบ จะเริ่มหันมาสนใจและเล่นกีฬายิมนาสติกอย่างจริงจัง หลังได้แรงบรรดาลใจจากการได้ชม ไดแอน ดอส ซานโตส และ ดีเอโก้ ฮิโปลิโต้ สองนักยิมรุ่นพี่ลงทำการแข่งขัน

     นอรี่ ฝึกซ้อมหนักถึงวันละ 8 ชั่วโมงต่อวัน โดยสาเหตุที่เจ้าตัวต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก ก็เพราะมีคติประจำตัวคือ “ยิ่งคุณเสียเหงื่อในการฝึกซ้อมมากเท่าไหร่ โอกาสผิดพลาดในสนามแข่งก็จะมีน้อยลงเท่านั้น”

     ในปี 2014 นักกีฬาหนุ่มได้ให้สัมภาษณ์กับ โกลโบเอสปอร์เต้ ดอต คอม เว็บไซต์กีฬาชื่อดังในบ้านเกิด ถึงความฝันว่าซักวันหนึ่งอยากคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

     ความฝันของเจ้าตัวเป็นจริงในอีก 2 ปีต่อมา เมื่อมีชื่อติดทัพยิมนาสติกของแซมบ้า เข้าแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ 2016 ที่บ้านเกิดรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ แต่ขึ้นชื่อว่ากีฬาโอลิมปิก ความสำเร็จมันไม่ใช่จะได้มากันง่ายๆ

     เจ้าตัวต้องพบกับความผิดหวังอย่างต่อเนื่อง เมื่อตกรอบคัดเลือกใน ประเภทห่วง, ประเภ

ประวัติ สินธุ์เพชร กรวยทอง ฮีโร่ยกน้ำหนัก เหรียญทองแดงโอลิมปิก

ประวัติ สินธุ์เพชร กรวยทอง ฮีโร่ยกน้ำหนัก เหรียญทองแดงโอลิมปิก

   ประวัติ สินธุ์เพชร กรวยทอง จอมพลังทีมชาติไทย ผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักยกน้ำหนักชายคนแรกที่คว้าเหรียญโอลิมปิกเกมส์ 2016

     ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวดี เมื่อ เจ้าดุ่ย สินธุ์เพชร กรวยทอง คว้าเหรียญทองแดง จากการแข่งขันยกน้ำหนัก รุ่น 56 กิโลกรัม กีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2016 ทั้งยังถือว่า สินธุ์เพชร กรวยทอง เป็นนักยกน้ำหนักชายคนแรกที่คว้าเหรียญโอลิมปิกมาได้ [อ่านข่าว : สินธุ์เพชร กรวยทอง ซิวเหรียญทองแดงโอลิมปิก ยกน้ำหนัก 56 กก.]

     และด้วยความสำเร็จครั้งนี้เอง ทำให้ชื่อของ สินธุ์เพชร กรวยทอง กลายเป็นหนึ่งในนักกีฬาขวัญใจชาวไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นวันนี้เราจะขอพามาทำความรู้จัก สินธุ์เพชร กรวยทอง เพิ่มเติมกันค่ะ

     ประวัติ สินธุ์เพชร กรวยทอง

ชื่อ-นามสกุล : สินธุ์เพชร กรวยทอง

ชื่อเล่น : ดุ่ย

วันเกิด : วันที่ 22 สิงหาคม 2538

ภูมิลำเนา : จังหวัดสุรินทร์

นักกีฬาต้นแบบ : ปวีณา ทองสุก

ต้นสังกัด : โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา

เริ่มต้นฝึกกีฬายกน้ำหนัก : วันที่ 20 กันยายน 2550

เข้าร่วมทีมชาติไทย : เมื่อปี 2554

สินธุ์เพชร์ กรวยทอง

     การศึกษา

– ระดับปริญญาตรี : กำลังศึกษาอยู่ที่สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม ปี 3

     ผลงาน

– รายการยกน้ำหนักยุวชนชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประจำปี 2554 ที่ประเทศไทย ได้ 3 เหรียญทองแดง

– รายการยกน้ำหนักเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประจำปี 2557 ที่ประเทศไทย ได้ 1 เหรียญทอง, 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

– รายการยกน้ำหนักเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งโลก ประจำปี 2557 ที่ประเทศรัสเซีย ได้ 2 เหรียญเงิน

– รายการยกน้ำหนักเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งโลก ประจำปี 2558 ที่ประเทศโปแลนด์ ได้ 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน

– รายการยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประจำปี 2558 ที่ประเทศไทย ได้ 1 เหรียญทอง และ 2 เหรียญทองแดง

– รายการยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประจำปี 2559 ที่ประเทศอุซเบกิสถาน ได้ 1 เหรียญทอง และ 2 เหรียญเงิน

ทีมตัวจริง 3 ทางเลือกช้างศึก ซูซูกิ คัพ

ทีมตัวจริง 3 ทางเลือกช้างศึก ซูซูกิ คัพ

      การแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 ทัวร์นาเม้นท์ฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนได้ทำการจับฉลากประกบคู่แบ่งสายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทีมชาติไทยอยู่ในสายที่หนักพอสมควรเมื่อต้องอยู่ในสายเดียวกับ ฟิลิปปินส์ เจ้าภาพที่ก่อนหน้านี้รั้งเบอร์หนึ่งในอาเซียน สิงคโปร์ แชมป์ 4 สมัยเท่ากับทีมชาติไทย และ อินโดนีเซีย ที่เพิ่งพ้นโทษแบน

      โดยการแข่งขันนัดแรกจะเริ่มในวันที่ 19 พฤศจิกายน ซึ่งก่อนหน้านั้นทีมช้างศึกมีโปรแกรมลงเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียรอบ 12 ทีมสุดท้ายนัดที่ 5 กับทีมแกร่งอย่าง ออสเตรเลียในวันที่15 พฤศจิกายน

      ซึ่งจากการคาบเกี่ยวกับของโปรแกรมนี้ อาจจะทำให้ไทยหนึ่งเดียวจากอาเซียนที่ผ่านเข้าถึงในรอบนี้มีปัญหาในการจัดเตรียมทีมซึ่งเป็นไปได้ว่า เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อาจจะไม่ใช้ชุดที่ดีที่สุดลงเล่นในรายการนี้

      เนื่องจากต้องการที่จะมุ่งสมาธิไปกับการคัดฟุตบอลโลกอย่างเต็มที่ แล้วถ้าทีมชาติไทยไม่ใช้ผู้เล่นชุดใหญ่ แล้วใครที่ควรจะถูกส่งไปป้องกันแชมป์รายการนี้ Football Channel Thailand ขอเสนอทางเลือก

      1. ชุด “ที่หนึ่งไม่ไหว”

      ตามปกติทีมชาติไทยของ “โค้ชซิโก้” นั้นมีผู้เล่นฝีเท้าดีในแต่ละตำแหน่งเฉลี่ย 2 คนขึ้นไปอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการที่จะแบ่งเอานักเตะที่เป็นกำลังเสริมในทีมชุดใหญ่มาเล่นในรายการที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็ดูว่าจะมีความเป็นไปได้ โดยตำแหน่ง ผู้รักษาประตู ต้องตกเป็นของ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ที่เป็นมือสองในทีมชาติ

      ส่วนตำแหน่งแผงหลัง แบ็กขวา นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ที่เสียตำแหน่งให้ ทริสตอง โด ส่วนคู่เซนเตอร์ ประทุม ชูทอง และ มิก้า ชูนวลศรี น่าจะเป็นตัวสำรองของ อดิศร พรหมรักษ์ และ กรวิทย์ นามวิเศษ ที่น่าจะสมบรูณ์เต็มที่เมื่อถึงวันนั้น ส่วนแบ็กซ้าย นายพีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ที่คงไม่สามารถเบียด ธีราทร บุญมาทัน กัปตันทีมได้

      ตำแหน่งกองกลาง ตัวรับ ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร ที่เริ่มมีชื่อติดทีมชาติแต่ก็ยังไม่น่าจะเบียด สารัช อยู่เย็น โดยจะยืนคู่กับ ประกิต ดีพร้อม ที่เป็นตัวสำรองของ ธนบูรณ์ เกษารัตน์

      ตัวรุก 3 เริ่มจากทางขวา ศราวุฒิ มาสุข ที่มักจะลงสนามมาในฐานะตัวสำรองเสมอ ซึ่งตำแหน่งนี้เป็นของ มงคล ทศไกร ส่วนทางด้านกราบซ้าย เป็นหน้าที่ของ ธนา ชะนะบุตร ซึ่งตัวจริงยังคงเป็น เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และหน้าต่ำเป็นของ สรรวัชญ์ เดชมิตร ซึ่งตามจริงต้องเป็น ชนาธิป สรงกระสินธ์ ส่วนตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า อดิศักดิ์ ไกรษร จะลงสนามแทน ธีรศิลป์ แดงดา

      2. ชุด “อยู่นอกสายตา”

      ทีมชาติไทยยังมีนักเตะฝีเท้าอยู่อยู่หลายคน แต่บางคนสามารถโชว์ฟอร์มได้ดีกับต้นสังกัด แต่ก็แทบจะไม่ถูกเรียกมาติดทีมชาติ หรือบางคนก็เดินเข้าเดินออกเป็นประจำ ซึ่งหนักไปทางเดินออก ซึ่งในทัวร์นาเม้นท์นี้ เป็นโอกาสที่ดี ที่จะได้ให้โอกาสดาวเตะเหล่านี้ โดยที่ไม่ต้องรบกวนกำลังสำรองของทีมชาติชุดใหญ่

      โดยในชุดนี้ ชนินทร์ แซ่เอียะ ผู้รักษาประตูมือสามจะรับหน้าที่เป็นมือหนึ่ง แบ็กขวา พุทธินันท์ วรรณศรี คู่เซนเตอร์ สุพรรณ ทองสงค์ จับคู่กับ สุทธินันท์ พุกหอม ที่ตอนนั้นน่าจะหายเจ็บกลับมาสมบรูณ์แล้ว แต่ว่าอาจจะยังพร้อมที่จะลงเล่นในชุดใหญ่ ส่วนแบ็กซ้าย เป็น กรกช วิริยอุดมศิริ

      แผงกองกลางนักเตะไทยมีตัวเลือกเยอะพอสมควรในตำแหน่งตัวรับ จักรพันธ์ แก้วพรม ที่ฟอร์มดีกับสโมสรแต่ยังแทรกตัวจริงในทีมชาติไม่ได้ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ส่วนอีกคนคือ ชาริล ชัปปุยส์ ที่ฟอร์มกำลังดีวันดีคืนท่ามกลางกระแสว่าจะได้คัมแบ็คกับช้างศึก

      ตำแหน่งตัวรุก จักรพันธ์ พรใส เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่แฟนๆเชียร์ให้ติดทีมชาต จะรับผิดชอบทางขวา ทางซ้าย บดินทร์ ผาลา ที่เริ่มจะมีชื่อติดทีมชาตแล้วเช่นกัน และตำแหน่งหน้าต่ำเป็น ชนานันท์ ป้อมบุบผา และตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า จัด สุรชาติ สารีพิมพ์ ลงเล่น

      3.ชุด “เลือดใหม่”

      อาจจะเป็นทางเลือกที่ดูหลุดโลก คือการส่งผู้เล่นชุดอายุไม่เกิน 21 ปีลงเล่น เพื่อเสริมกระดูกให้แข็งแกร่ง ในรายการที่ทุกทีมต่างส่งชุดใหญ่มาเล่น ซึ่งถือเป็นการมอบประสบการณ์ล้ำค่าให้กับอนาคตของทีมชาติไทยชุดนี้

      ซึ่งความเป็นไปได้ก็มีอยู่ เพราะเราต้องไม่ลืมว่า ทีมชุดแชมป์ครั้งที่แล้ว เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ก็ต่อยอดนักเตะมาจากทีมชุดอายุไม่เกิน 23 ปีที่คว้าแชมป์ซีเกมส์ และ อันดับที่ 4 เอเชี่ยนส์เกมส์ ซึ่งแทบจะทุกคนก็กลายเป็นนักเตะตัวหลักในทีมชาติชุดปัจจุบันตอนนี้

     เริ่มที่ตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งเป็นของ อภิรักษ์ วรวงษ์ นายทวารอนาคตไกลาก เชียงราย ยูไนเต็ด ตำแหน่งแบ็กขวา เป็นของ สันติภาพ จันทร์หง่อม แบ็กซ้าย สุริยา สิงห์มุ้ย ที่ประสบการณ์เหนือกว่าเพื่อนในรุ่นเดียวกันไปเยอะ คู่เซนเตอร์ วรวุฒิ นามเวช จับคู่กับ ชินภัทร ลีเอาะ

     กองกลางทั้งสองคนเป็นหน้าที่ของ วรชิต กนิตศรีบําเพ็ญ ดาวโรจน์จากชลบุรีปั้นเกมร่วมกับ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ กองกลางหน้าหยกของบุรีรัมย์

     ด้านตำแหน่งตัวรุกทางด้านกราบซ้าย ใช้ ชัยวัฒน์ บุราณ ทางขวา ธนาสิทธิ์ ศิริผลา หน้าต่ำเป็นณัฐวุฒิ สมบัติโยธา และกองหน้าตัวเป้าต้องเป็น เจนรบ สำเภาดี

กำปั้นไทยตั้งเป้าทอง ‘อำนาจ’ประเดิมต่อย6ส.ค.

มวย

สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ตั้งเป้าแก้ตัวจากโอลิมปิกครั้งก่อน ด้วยการประกาศคว้าอย่างน้อยหนึ่งเหรียญทอง ในการแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ 2016 ที่ริโอ เดอ จาเนโร เดือนหน้า โดย อำนาจ รื่นเริง อดีตแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท ที่หวนกลับมารับใช้ชาติอีกครั้ง จะประเดิมขึ้นเวทีคนแรกในวันที่ 8 ส.ค.นี้ ส่วนแผนงานในอนาคต เตรียมทาบ ฮวน ฟอนตาเนียล อดีตผู้ฝึกสอนชาวคิวบากลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง

ความเคลื่อนไหวของทัพนักกีฬาไทย ในการเตรียมตัวก่อนสู้ศึก โอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิล ในส่วนของทีมมวยสากลที่ได้โควตาเข้าร่วมทั้งสิ้น 5 ราย ประกอบด้วย ฉัตร์ชัย บุตรดี รุ่นแบนตั้มเวท 56 กก., อำนาจ รื่นเริง รุ่นไลท์เวท 60 กก., วุฒิชัย มาสุข รุ่นไลท์เวลเตอร์เวท 64 กก., สายลม อาดี รุ่นเวลเตอร์เวท 69 กก. และ เปี่ยมวิไล เล่าเปี่ยม นักมวยหญิงรุ่นฟลายเวท 51 กก. ทั้งหมดได้เข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมตามโปรแกรมที่ได้กำหนดไว้ ที่ศูนย์ฝึก กกท. หัวหมาก โดยมี นายเสรี วิริยะสกุลธรณ์ ทำหน้าที่ผู้จัดการทีม, รศ.ดร.ไพบูลย์ ศรีชัยสวัสดิ์ หัวหน้าผู้ควบคุมทีม และ น.อ.ทวีวัฒน์ อิสลาม ทำหน้าที่เป็นเฮดโค้ช เพื่อคอยปรับปรุงแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆของแต่ละคนให้ดีขึ้น

สำหรับเป้าหมายในการเข้าร่วม โอลิมปิก ครั้งนี้ นายสมชาย เผยว่า นายพิชัย ชุนหวชิร ในฐานะนายกสมาคมฯได้วางนโยบายไว้แล้ว ว่าจะต้องแก้ตัวจากการได้เพียงแค่เหรียญเงิน ในลอนดอนเกมส์ 2012 ให้ได้

“เหลือเวลาเหลืออีกไม่มากเท่าไหร่นัก สำหรับ โอลิมปิก ที่บราซิล เราคงจะเดินทางไปก่อนล่วงหน้าสักเล็กน้อย เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของที่นั่น การเตรียมความพร้อมในช่วงโค้งสุดท้ายต้องระวังให้ดีในเรื่องของการบาดเจ็บ การควบคุมน้ำหนักนักชกแต่ละคนให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป พร้อมคอยดูแลในเรื่องของโภชนาการ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะทางนายกสมาคมตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะต้องคว้า 1 เหรียญทองกลับมาให้ได้ ส่วนตัวก็คาดหวังว่า นักชกทั้ง 5 คนที่เรามีอยู่จะบรรลุเป้าหมายได้ เพราะทุกคนทุ่มเทและตั้งใจเต็มที่ เพื่อแก้ตัวเมื่อตอนลอนดอนเกมส์ 2012 ที่อังกฤษ ได้แค่เหรียญเงินกลับมา”

สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ได้หารือเรื่องการดึงตัว ฮวน ฟอนตาเนียล อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวคิวบาที่ช่วยปั้นนักชกไทยจนได้เหรียญทองโอลิมปิกมาแล้วหลายสมัยนายสมชายกล่าวว่าคงจะต้องรอให้จบ ริโอเกมส์ ก่อน เนื่องจากฮวน มีสัญญาว่าจ้างกับทีมมวยสากลของเม็กซิโกอยู่ จากนั้นสมาคมจะติดต่อผ่านไปยังสมาคมมวยสากลคิวบา เพื่อทาบทามให้กลับมาดูแลทีมมวยสากลอีกครั้ง เพราะประสบการณ์ของ ฮวน และความคุ้นเคยกับนิสัยคนไทย น่าจะทำให้ ฮวน มีความสุขมากกว่าไปอยู่ในประเทศอื่นๆ ส่วนเรื่องรายละเอียดต่างๆจะว่ากันอีกครั้ง

ด้าน อำนาจ รื่นเริง ซึ่งมีกำหนดชกในรุ่นไลต์เวต (60 กิโลกรัม) เป็นคนแรกในวันที่ 6 ส.ค. เผยถึงเป้าหมายว่า “สภาพร่างกายตอนนี้ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากมีอาการเจ็บไหล่ตอนชกรอบคัดเลือก ตอนนี้อยู่ระหว่างซ้อมเรียกความฟิต และจะเดินทางไปปรับสภาพที่บราซิลตั้งแต่วันที่ 17”

อำนาจ วัย 36 ปี เคยฝากผลงานในโอลิมปิกเกมส์ ด้วยการทะลุถึงรอบ ควอเตอร์ ไฟนอล เมื่อปี 2008 ก่อนเทิร์นโปรชกอาชีพ และได้แชมป์โลกรุ่นฟลายเวต ไอบีเอฟมาครอง

อ็องตวน กรีซมันน์ – ดาวยิงผู้แบกความหวังของทีมชาติฝรั่งเศส

อ็องตวน กรีซมันน์

อ็องตวน กรีซมันน์ กลายเป็นผู้เล่นทีมชาติฝรั่งเศสคนแรก ที่ยิงประตูในทัวร์นาเมนต์เมเจอร์ได้ถึง 4 ประตู นับตั้งแต่ปี 1984 หลังจากซัดอีก 1 ลูกในเกม ยูโร 2016 รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่ “ตราไก่” ถล่ม ไอซ์แลนด์ 5-2 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2559

ผลงานตอนนี้ทำให้ กรีซมันน์ ขึ้นนำเป็นอันดับ 1 ใน อันดับดาวยิง ยูโร 2016

ฝรั่งเศส เป็นทีมที่ไม่ค่อยจะมีศูนย์หน้าดาวยิงทำผลงานเปรี้ยงปร้างในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ แม้แต่ในยุคยิ่งใหญ่ที่ทีมคว้า แชมป์โลก 1998 และ แชมป์ยูโร 2000 ซึ่งมีดาวยิงระดับตำนานอย่าง เธียร์รี่ อองรี กับ ดาวิด เทรเซเกต์ อยู่ด้วย

โดยครั้งหลังสุดที่ผู้เล่นทีมชาติฝรั่งเศสโชว์ผลงานยิงประตูระเบิดเถิดเทิง ก็ต้องย้อนไปถึง 32 ปีก่อน ที่ “นโปเลียนลูกหนัง” มิเชล พลาตินี่ ยิงถึง 9 ประตูใน ยูโร 84 นำทีมคว้าแชมป์ไปครองในบ้านตัวเอง

แต่หลังจากนั้น แม้ฝรั่งเศสจะมีดาวยิงชื่อดังก้าวมาติดทีมชาติตลอดทุกทัวร์นาเมนต์ แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถยิงได้มากเกินกว่า 3 ประตูแม้แต่คนเดียว

ฟุตบอลโลก 86 – มิเชล พลาตินี่, ฌอง-ปิแอร์ ปาแป็ง

ศึก เวิลด์ คัพ ที่ เม็กซิโก ฝรั่งเศสผ่านเข้าถึงรอบตัดเชือกไปแพ้ต่อ เยอรมนีตะวันตก พลาตินี่ กับ ปาแป็ง สองคู่หูกองหน้าก็ยิงได้แค่คนละลูกเท่านั้น
ยูโร 92 – ฌอง-ปิแอร์ ปาแป็ง, เอริค คันโตน่า, คริสเตียน เปเรซ

ฝรั่งเศส ล้มเหลวในทัวร์นาเมนต์นี้ จอดป้ายแค่รอบแรก และยิงได้แค่ 2 ประตูจาก 3 เกม โดยทั้งสองลูกเป็นผลงานของ ปาแป็ง ในเกมที่เสมอเจ้าบ้านสวีเดน 1-1 และแพ้ต่อทีมแชมป์เดนมาร์ก 1-2

หลังจบทัวร์นาเมนต์ ปาแป็ง ถูก เอซี มิลาน ซื้อตัวไปร่วมทีมและกลายเป็นผู้เล่นคนแรกในโลกที่มีค่าตัวถึง 10 ล้านปอนด์